รัชนีวรรณฟาร์ม

รัชนีวรรณฟาร์ม

วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2559

แพะและแกะ ของเรา

     รัชนีวรรณฟาร์ม ของเราปัจจุบันมีทั้งแพะและมีทั้งแกะ อยู่ในฟาร์มรวม สองร้อยกว่าตัว ซึ่งทั้งหมดผ่านการคัดพันธ์ุมาจากฟาร์มในจังหวัดแถบภาคกลาง ซึ่งการคัดพันธ์ุของเราคัดมาเพื่อที่จะมาเพื่อทำการศึกษาเชิงพานิช โดยจะศึกษาว่าการเลี้ยงแพะและการเลี้ยงแกะเชิงพานิช จะต้องใช้ต้นทุนจำนวนเท่าไหร่ ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงนานเท่าใด เพื่อจะได้นำมาเพื่อปรับปรุงพันธ์ุ ให้ได้พันธ์ุท่ี่ดีที่สุด สามารถตองโจทย์ความต้องการของเกษตรกรให้ได้มากที่สุด




วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2559

รับสมัครนักศึกษาฝึกประสบการณ์





      รัชนีวรรณฟาร์ม ตอนนี้เป็นฟาร์มที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นในด้านการจัดการด้านอาหารสัตว์ การจัดการด้านการบริหารจัดการฟาร์ม การบริหารจัดการด้านการตลาด นับได้ว่าเป็นฟาร์มที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย 

        จากการที่เรามีองค์ความรู้ในทุก ๆ มิติ ของการจัดการฟาร์มที่มีประสิทธิภาพจึงได้มีสถานศึกษาทั้งที่เป็นของรัฐบาลและของเอกชนได้ให้ความสนใจที่ส่งนักศึกษาเข้ามาฝึกงานอย่างมากมายในแต่ละปี



            และในปี 2559 นี้ รัชนีวรรณฟาร์มได้มีองค์ความรู้ใหม่ในด้านการเลี้ยงแพะและการเลี้ยงแกะ มุ่งเน้นการเลี้ยงเชิงพานิชย์ หากสถาบันการศึกษาใดสนใจที่ส่งนักศึกษาเข้ามาฝึกประสบการณ์เชิญติดต่อได้หลายช่องทางน๊ะค๊ะ
              -facebook      รัชนีวรรณ  มั่นหมาย
              -ไอดีไลน์       08-1851-4272
              -pone              08-1851-4272



ฟาร์มแพะและแกะ รัชนีวรรณฟาร์ม



        รัชนีวรรณฟาร์ม เนื่องสถานการณ์การเลี้ยงโคนมในปัจจุบันประสบปัญหาในด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นทั้งเศรษฐกิจภายในประเทศและเศรษฐกิจภายนอกประเทศ ทำให้ภาวะการณ์ของการเลี้ยงโคนมตกต่ำอย่างมาก จึงยอมทำร้ายใจตัวเองโดยการยอมขายแม่โคนมทั้งหมด แล้วหันมาเลี้ยงแพะและแกะแทน เพราะจากการศึกษาแล้วพบว่า ตลาดสำหรับแพะและแกะนั้นยังกว้างอยู่ และหวังว่าหากสถานการณ์ต่าง ๆ ดีขึ้น ก็จะอาจหันมาเลี้ยงโคนมที่ตนเองรักทั้งชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

รัชนีวรรณฟาร์ม เปลี่ยนสไตย์


คุณรัชนีวรรณ มั่นหมาย วันนี้มาในชุดคาวบอยสวยงามมาก เพราะชุดนี้คุณรัชนีวรรณ บอกว่าได้รับเกียรติเป็นอย่างสูงยิ่งที่ได้เข้าร่วมในรับมอบรางวัลพระราชทานถ้วยเกียรติยศ ชนะเลิศการประกวดโคนมสวยงาม ซึ่งโคนมของจังหวัดลพบุรี ได้รับรางวัลดังกล่าว 

วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ประวัติบ้านหนองไผ่ล้อม

วันนี้ บรรยากาศมันคึ้ม ฟ้า คึ้ม ฝน มานั่งอยู่คนเดียวดลยนึกถึงความหลังเมื่อครั้งเก่า เอ๊ะ รึว่า เราแกแล้วนี่ จึงอยากจะเล่าถึงประวัติของบ้าหนองไผ่ล้อม หมู่ที่ 7 ตำบลดอนดึง แห่งนี้ ให้ฟังซักเล็กน้อย
         เดิมบ้านหนองไผ่ล้อม แห่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของบ้านกุดขาม หมู่ที่ 2 ตำบลดอนดึง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ขณะนั้นมีนายสำราญ  ฟูบุญมา เป็นผู้ใหญ่บ้าน เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกลกันการติดต่อข้อราชการ การดูแลสารทุกข์สุขดิบก็ไม่ค่อยทั่วถึง ขณะนั้นนายนกแก้ว ดำเนินลอย เป็นผู้อาวุโส ในชุมชนร่วมกับนายสำราญ  ฟูบุญมา ผู้ใหญ่บ้าน และนายวันชัย  ธงภักดิ์ ซึ่งเป็นพัฒนากร รับผิดชอบตำบลดอนดึงในขณะนั้น จึงได้มีการวางแผนที่จะทำการแยกหมู่บ้าน เพื่อให้สะดวกในการบริหารงาน การดูแลทุกข์สุข ของพี่น้องประชาชนก็จะได้เป็นไปอย่างทั่วถึง จึงได้ทำการออกประชุมเวทีประชาคมเพื่อขอความเห็นชอบจากประชาชนทั้งหมู่บ้าน เมื่อประชาชนให้ความเห็นชอบ จึงได้มีการเสอขอเพื่อจีงได้มีกำรเสนอไปยังจังหวัดเพื่อจัดตั้งเป็นหมู่บ้านใหม่ โดยใช้ชื่อ ว่า บ้านหนองไผ่ล้อม เป็นต้นมา โดยมีนายนกแก้ว ดำเนินลอย เป็นผู้ใหญ่บ้าน คนแรก

วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

สถานการณ์ฟาร์มโคนมรายย่อย


รัชนีวรรณฟาร์ม โดยคุณรัชนี  มั่นหมาย สาวแกร่งแห่งทุ่งหญ้า ดอนดึง มาเล่าสู่ ความอัดอั้นตันใจ ให้คาวบอยบ้านหมี่ ฟังว่า
                สถานการณ์การเลี้ยงโคนมในปัจจุบัน กำลังจะเดินเข้าสู่เส้นทางที่ตีบตัน ผู้เลี้ยงโคนมรายย่อย ที่มีแม่โคไม่มากนัก รีดนมได้ไม่ถึงวันละ หนึ่งร้อยกิโล หากทุนไม่หนาจริง ไม่ดกจริง พ่อแม่ไม่ทิ้งมรดกให้มากจริง และที่สำคัญใจรักอาชีพการเลี้ยงโคนมจริง อยู่ลำบาก เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันราคาอาหารข้นของโคนมแพงจนไม่รู้จะแพงยังไง หลับหูหลับตาขึ้น ไม่ดูภาวการณ์ของผู้เลี้ยงเลยว่าเขาอยู่กันอย่างไร อยู่กันได้หรือไม่ แต่ราคานมดิบที่รีดได้ราคาไม่กระเตื้อง พอมีการพูดคุยเรื่องราคาหน่อย ภาครัฐไม่มีใครมาสนใจเลย หากปล่อยให้สถานการณ์เป็นอย่างนี้ รับรองว่าอาชีพการเลี้ยงโคนมของเกษตรกรรายย่อยจะต้องล้มหายตายจากไปกันเรื่อย ๆ
สถานการณ์อย่างนี้ รัชนีวรรณฟาร์ม พยายามประคับประคองฟาร์มให้อยู่ เพราะเป็นมรดกของพ่อแม่ ที่ท่านได้สร้างจากน้ำพักน้ำแรงของท่านมา ที่สำคัญอยากจะสร้างฟาร์มให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเลี้ยงโคนมให้แก่นักศึกษา และผู้สนใจ ฝากความนี้ ไปยังภาครัฐ และผู้ที่มส่วนเกี่ยวข้องด้วย ช่วยหันมาดูแลฟาร์มโคนมรายย่อยด้วยก่อนที่ภูมิปัญญาด้านการเลี้ยงโคนมจะสูญหายไปจาก สังคมเกษตรกรไทย นั่นเอง